ยินดีต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่เว็บไซต์ บริษัท มาสเตอร์โฮม พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซื้อ ขาย บ้าน คือ งานของเรา โทร. 02-733-2424     ศูนย์กลางรับฝาก ซื้อ-ขาย บ้าน อาคาร ที่ดิน | ทีมงานคุณภาพ มาตรฐานด้านบริการ ปรึกษา | ฝากซื้อ | ฝากขาย ฟรี | บริษัทขยายธุรกิจรับสมัครพนักงานฝ่ายการตลาดจำนวนมาก ติดต่อสอบถามได้ตามเบอร์โทร. 02-733-2424 |

banner3_27-5-59

เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่?

Posted by on
1200x600-4

บ้านเป็นความฝันของใครหลายคนที่อยากมี แต่ราคาบ้านในปัจจุบันก็ใช่ว่าจะคว้ามาครอบครองได้ง่ายๆ อย่างสินทรัพย์ชนิดอื่นๆ  กว่าจะเก็บหอมรอมริบได้เงินพอซื้อบ้านสักหลัง เวลาทั้งชีวิตก็อาจจะไม่พอ ดังนั้น จึงเป็นทางเลือกอันดับหนึ่งของทุกคน โดยเฉพาะเหล่ามนุษย์เงินเดือน ที่ดูจะมีภาษีมากกว่าอาชีพอิสระ ด้วยรายได้ที่มั่นคงและแน่นอนในแต่ละเดือน ทำให้ธนาคารมีความเชื่อมั่นสูงว่าคนกลุ่มนี้จะสามารถชำระหนี้ได้ครบถ้วน แต่ใช่ว่ามนุษย์เงินเดือนทุกคนจะสามารถยื่นกู้ได้ผ่าน หรือได้รับอนุมัติวงเงินเท่ากับราคาบ้านที่คิดจะซื้อ เพราะธนาคารก็มีเงื่อนไขในการคำนวณวงเงินกู้สูงสุดไว้เช่นกัน

เราอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่าธนาคารจะปล่อยวงเงินเพื่อกู้ซื้อบ้านไม่เกิน  80 – 90% ของราคาประเมิน แต่นั่นเป็นเพียงเงื่อนไขคร่าวๆ เท่านั้น ซึ่งวงเงินกู้ที่แท้จริงทางธนาคารจะพิจารณาร่วมกับ รายได้สุทธิต่อเดือนของผู้ยื่นกู้ หนี้สินปัจจุบัน ระยะเวลาในการกู้ รวมทั้งดอกเบี้ยของธนาคาร เป็นต้น ซึ่งหากใครต้องการทราบว่ามีเงินเดือนเท่านี้ จะกู้ได้เท่าไหร่ ก็ต้องสอบถามหรือลองทำการยื่นเอกสารขอกู้กับทางธนาคารดู  แล้วมานั่งรอเวลาลุ้นผลอนุมัติกันตัวโก่งเลยทีเดียวว่าได้วงเงินเต็มราคาของบ้านหรือไม่ แต่ถ้าหากเรารู้วิธีการคำนวณหาวงเงินกู้สูงสุดอย่างคร่าวๆ ได้ ก็จะส่งผลดีในการวางแผนทางการเงินของเราในอนาคต ซึ่งอาจจะทำให้การยื่นกู้ซื้อบ้านได้อนุมัติผ่านง่ายขึ้นก็เป็นได้ วันนี้เราจึงมีวิธีการเบื้องต้นในการคำนวณหาวงเงินกู้ซื้อบ้านมาฝากเหล่ามนุษย์เงินเดือนกัน มีตัวอย่างดังนี้

ตัวอย่าง  หากผู้ยื่นกู้มีเงินเดือนรับสุทธิ  20,000 บาท ให้นำไปคูณกับจำนวนเงินผ่อนชำระหนี้สูงสุดที่ผู้ยื่นกู้จะสามารถจ่ายได้ คือไม่เกิน  40% ของรายได้ทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร ซึ่งจะได้ (20,000 x 40)/100  = 8,000 บาท จากนั้นจะนำมาหักออกด้วยภาระหนี้สินที่ผู้ยื่นกู้ต้องชำระอยู่ก่อนแล้ว เช่น ค่าบัตรเครดิต ค่าผ่อนรถ หรือหนี้สินอื่นๆ

ซึ่งขอยกตัวอย่างที่  3,000 บาทต่อเดือน ได้เป็น 8,000 – 3,000 = 5,000 บาท ซึ่งคือจำนวนเงินที่ผู้ยื่นกู้จะสามารถจ่ายเพื่อผ่อนบ้านต่อเดือนได้ จากนั้นนำเงินส่วนนี้ไปคูณกับอัตราส่วนเงินผ่อนต่องวดตามเงื่อนไขของธนาคาร โดยทั่วไปอยู่ที่ 1,000,000 บาทจะต้องจ่าย 7,000 บาทต่องวด ได้สัดส่วน 1,000,000 : 7,000  เท่ากับ (5,000 x 1,000,000)/7,000 =  714,000 บาท ซึ่งเป็นวงเงินกู้สูงสุดที่ทางธนาคารสามารถอนุมัติได้

 

1200x800-info1

อย่างไรก็ตาม แม้จะได้วงเงินกู้สูงสุดที่ 714,000 บาท แต่ใช่ว่าทางธนาคารจะปล่อยวงเงินกู้ให้ตามความสามารถที่เราผ่อนจ่ายได้ เพราะทางธนาคารจะต้องนำไปตัดสินใจร่วมกับราคาประเมินของบ้านด้วย เช่น  เงื่อนไขของธนาคารกำหนดไว้ว่าจะปล่อยวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน  85% ของราคาประเมินบ้าน ดังนั้น หากราคาประเมินบ้านอยู่ที่ 800,000 บาท 85% ของราคาประเมินจะเท่ากับ  640,000 บาท ดังนั้นทางธนาคารจะปล่อยวงเงินกู้สูงสุดให้เราเพียง 640,000 บาท แต่ถ้าบ้านราคา 900,000 บาท ซึ่ง 85% ของราคาประเมิน คือ 765,000 บาท ธนาคารก็จะปล่อยวงเงินกู้ตามความสามารถในการผ่อนจ่ายของผู้ยื่นกู้ คือ 714,000 บาทเท่านั้น

1200x800-info2

สุดท้ายนี้สำหรับใครที่อยากรู้ว่าเงินเดือนเท่านี้ จะกู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่ แต่ก็ไม่อยากคิดอะไรให้ปวดสมอง เรามีตารางแสดงเปรียบเทียบเงินเดือนกับวงเงินสูงสุดที่สามารถกู้ได้มาฝากกัน โดยมีระยะเวลาสัญญาที่ 30 ปี และไม่มีภาระหนี้สินอื่นๆ ดังนี้

1200x800-2-1 (1)

*หมายเหตุตัวเลขประมาณการเท่านั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างประกอบ เช่น อาชีพ อายุ การกู้ร่วม เป็นต้น

บทความ เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่?

CR : Baan-D

1200x600-4

ปี 2019 อสังหาฯโตแผ่ว คาดคอนโด สะสม หลายแสนยูนิต

Posted by on
02_resize2

“ไนท์แฟรงค์” คาดแนวโน้ม ตลาดคอนโด ปีหน้าโตแผ่ว ดีเวลลอปเปอร์ ชะลอเปิดโครงการใหม่ หลังพบซัพพลายคอนโด สะสมเฉียด 5 แสนยูนิตรอระบาย แนะเร่งกระจายเสี่ยงธุรกิจหันลงทุนนิคม อาคารเช่า โรงแรมยังโตดี  พบดีมานด์คนไทยซื้ออสังหาฯชะลอ 1-2 ปีที่ผ่านมา อานิสงส์จีนพยุงตลาด

01_resize3

ตลาดที่อยู่อาศัยในปีนี้ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเผชิญการแข่งขันดุเดือดจากซัพพลายสะสมในตลาดหลายแสนยูนิต ซึ่งยัง คงเป็นความท้าทายตลาดอสังหาฯปีหน้า ในการระบายสต็อกดังกล่าว ซึ่งที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ ประเมินว่าจะกดดันให้ตลาดอสังหาฯปีหน้าโตชะลอ

นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2562 มองว่า ความต้องการ (ดีมานด์) น่าจะชะลอตัว ขณะที่ผู้พัฒนา โครงการหรือดีเวลลอปเปอร์จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆน้อยลง

หลังจากที่ผ่านมายอดขายลดลงและยังมี จำนวนยูนิตที่เหลือ(Unsold) ค้างในมือ ดีเวลลอปเปอร์หลายราย ส่วนใหญ่เป็นยูนิตใน โครงการที่ตั้งในโลเกชั่นไม่ค่อยดี ทำให้ผู้ซื้อใหม่ๆ เข้ามาให้เลือกมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้มีจำนวนยูนิตเหลือสะสม และสุดท้ายดีเวลลอปเปอร์ก็ต้องนำยูนิตที่เหลือเหล่านี้มาลดราคาขาย ซึ่งจะมีผู้ซื้อกลุ่มหนึ่งที่พร้อมซื้อยูนิตเหล่านี้ ในราคาถูก

ขณะที่ตลอดปีนี้ บริษัทฯคาดการณ์ว่า จะมีซัพพลายคอนโดใหม่เข้ามาในตลาดกรุงเทพฯเพิ่มอีก 6.5 หมื่นยูนิต เพิ่มขึ้นจากยอดซัพพลายคอนโดฯสะสมรวม 8 ปี (ตั้งแต่ปี 2553-2560) ซึ่งอยู่ที่ 434,623 ยูนิต และทำให้ปีนี้มีซัพพลายคอนโดสะสมรวม 499,623 ยูนิต หรือเกือบ 5 แสนยูนิต ทั้งนี้มองด้วยว่าหากปีหน้ามีการเพิ่มขึ้นของซัพพลายคอนโดอีกประมาณ 4-5 หมื่นยูนิต ก็ถือว่ายังเป็นปริมาณ ที่เหมาะสม ที่ไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ ภาพรวมตลาด

จี้ดีเวลลอปเปอร์เร่งปรับตัว

02_resize2

จากสถานการณ์ตลาดดังกล่าว มองว่า ดีเวลลอปเปอร์จำเป็นต้องเร่งปรับตัว ด้วยการ กระจายความเสี่ยงในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไปยังเซ็กเมนต์ทางเลือกอื่นๆ มากขึ้น เช่น ตลาดนิคมอุตสาหกรรม, ตลาดอาคารให้เช่าสำนักงานที่ยังเติบโตดี, ตลาดโรงแรมที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี อย่างในภูเก็ต สมุย และหัวหิน ก็ยังเป็นจุดหมายหลักที่น่าสนใจในการลงทุน รวมถึงการมองหาพื้นที่ใหม่ๆ ในการลงทุน เช่น พื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นต้น และการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศ ที่มีศักยภาพในเชิงการพัฒนา เช่น เวียดนาม เซ็กเมนต์ที่น่าสนใจก็มีทั้งโรงแรมและ อาคารให้เช่าสำนักงาน

รุกธุรกิจอื่น”กระจายเสี่ยง”

“ดีเวลลอปเปอร์จำเป็นต้องดำเนินกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง เช่น การเข้าไปซื้ออาคารสำนักงานให้เช่าหรือโรงแรมในประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็จะเป็นอีกแนวทางที่ช่วยสร้าง Passive Income หนุนการสร้างรายได้ใน ระยะยาว และลดความเสี่ยงได้ดีด้วย ไม่จำเป็น ต้องพึ่งพาเฉพาะตลาดคอนโดในบ้านเราเท่านั้น”

คนจีนพยุง ตลาดคอนโด

เนื่องจากซัพพลายตลาดคอนโดขยายตัวต่อเนื่องมาเป็น 10 ปี โดยในแง่ของดีมานด์ที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ ก็เกิดไม่ทันปริมาณซัพพลาย อย่างในปีนี้ปริมาณซัพพลายคอนโดที่มีการเปิดตัวในตลาดก็เท่าๆ กับปีที่แล้ว แต่มีตลาดชาวต่างชาติ เช่น ชาวจีน เข้ามาช่วยในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ทำให้ภาพรวมอัตราการซื้อคอนโดในปีนี้ยังไม่เห็นทิศทางที่ตกลง แต่ถ้าดูเฉพาะตลาดผู้ซื้อชาวไทยแล้ว พบว่าลดลงตั้งแต่ 1-2 ปี มาแล้ว เนื่องจากผู้ซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเอง ได้ซื้อไปจำนวนมากแล้ว ขณะที่ผู้ซื้อคอนโด เพื่อการลงทุนเองก็ไม่มีจำนวนมากนัก โดยอัตราการขายรีเซลและการปล่อยเช่าก็เริ่มชะลอตัว ทำให้ผู้ซื้อคอนโดฯเพื่อการลงทุนมีการซื้อน้อยลง

“จริงๆ แล้วตลาดผู้ซื้อคอนโดชาวไทยมีสัญญาณชะลอตัวตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ในตลาดภาพรวมไม่ได้พบว่ามีการชะลอ เพราะมีตลาดผู้ซื้อชาวต่างชาติเข้ามาชดเชย”

จับตานโยบายจีนโอนเงินข้ามชาติ

อย่างไรก็ดี แม้จะมีตลาดชาวจีนมาช่วยในช่วงที่ผ่านมา แต่นับจากนี้ต้องจับตานโยบายของรัฐบาลจีนเกี่ยวกับเรื่องการโอนเงินข้ามประเทศว่าจะมีผลกระทบรุนแรงขนาดไหน สามารถดำเนินการได้อยู่ในระดับไหน นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องจับตา เพราะเดิมตามเงื่อนไขทางกฎหมาย ชาวจีนโอนเงินออกมาซื้อที่อยู่อาศัยในต่างประเทศไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาก็มีวิธีการในการโอนเงินออกมา แต่นับจากนี้ช่องโหว่ดังกล่าวอาจจะถูกบีบให้เล็กลงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่ายังทำได้อยู่ แต่อาจจะไม่ง่ายเหมือนเดิมทั้งนี้เราพบว่ามีลูกค้าชาวจีนจำนวนหนึ่งที่ซื้อคอนโดไปแล้ว แต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์คอนโดได้ ทำให้ดีเวลลอปเปอร์จำเป็นต้องยึดเงินดาวน์ เพราะถือว่าไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขได้ตามสัญญา โดยดีเวลลอปเปอร์ ส่วนใหญ่สามารถยืดระยะเวลาให้ลูกค้าชาวจีน ได้ในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ไม่สามารถยืดได้ยาวเป็นปี

เชื่อคุมเข้มสินเชื่อกระทบไม่มาก

สำหรับมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ ส่วนตัวเชื่อว่า จะไม่กระทบต่อภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย เพราะว่าส่วนใหญ่คนที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 เป็นต้นไป จะเป็นนักลงทุนซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มีปัญหาเรื่องเงินอยู่แล้ว ทำให้การจ่ายเงินดาวน์เพิ่มอีก 10%  จากเดิมนั้น ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยมองด้วยว่า ผลกระทบจากมาตรการ LTV จะไม่มีผลมากเมื่อเทียบกับปัจจัยความเชื่อมั่น ของตลาด เพราะเมื่อนักลงทุนยังมองเห็นโอกาสว่าสามารถทำกำไรได้จากการซื้อขายคอนโด และสามารถปล่อยเช่าได้ ก็จะยังเห็นการซื้ออยู่ เพราะทางธนาคารเองก็ยินดีที่จะปล่อยกู้ให้คนในกลุ่มนี้ ขณะที่คนซื้อบ้านหลังแรก ก็ไม่ได้ รับผลกระทบอยู่แล้ว

คาด1-2ปีเห็นภาพลงทุนอสังหาฯอีอีซี

นายพนม กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาลด้วยว่า คาดว่าในอีก 1-2 ปีข้างหน้า น่าจะเริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในพื้นที่อีอีซีทั้ง 3 จังหวัด (ชลบุรี, ระยอง และฉะเชิงเทรา) ชัดเจนมากขึ้น เช่น จากโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก, โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา) และการปรับปรุงถนนต่างๆ รวมถึงการลงทุนของภาคเอกชน จากปัจจุบันยังไม่มีเม็ดเงินลงทุนเข้าไปในพื้นที่อีอีซีชัดเจน

ธุรกิจคลังสินค้าโตต่อเนื่อง

นายมาร์คัส เบอร์เทนซอร์ กรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายตัวแทนนายหน้า บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ด้านธุรกิจคลังสินค้าคาด เติบโตดีต่อเนื่อง เนื่องจากภาพรวมของอุตสาหกรรมการผลิตขยายตัว มีการใช้จ่ายซื้อสินค้าของผู้บริโภคมาช่วยขับเคลื่อน โดยพื้นที่อุตสาหกรรมหลักๆ มีทั้งที่สมุทรปราการพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นจุดกระจายสินค้าสำคัญ รวมถึงจุดที่น่าสนใจอย่างฉะเชิงเทราและระยองซึ่งอยู่ในพื้นที่อีอีซี ขณะที่ผู้ผลิตจากจีน ก็มีดีมานด์การเข้ามาลงทุนในไทย จึงน่าจะมีความ ต้องการพื้นที่คลังสินค้ามากขึ้น

“อาคารเกรดเอ”ดีมานด์โต

ด้านตลาดอาคารให้เช่าสำนักงาน พบว่าดีมานด์ของตลาดเกรด A มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 4% ต่อปี เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการเช่าพื้นที่สำนักงานในตลาดเกรด A มากขึ้น เพราะไม่ได้มองเรื่องของราคาเป็นหลัก แต่มองเรื่องของคุณภาพ สิ่งที่จะได้รับ และความจำเป็นในการใช้งาน โดยผู้ให้เช่าอาคารสำนักงานจำเป็นต้องนำเทคโนโยลีมาอำนวยความสะดวกมากขึ้น ตามความต้องการของผู้เช่า

CR : dotproperty

 
FB_1_141218_1200x628-11-100x70

ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์

Posted by on
1200x600

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน หรือห้องชุดที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าคอนโดเป็นการทำนิติกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งในยุคปัจจุบันที่ ที่ดินมีราคาค่อนข้างสูง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องรู้รายละเอียดของที่ดินก่อนตัดสินใจซื้อเพื่อป้องกันการถูกโกงจากการขายหรือการนำมาใช้เป็นหลักประกัน

เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้

            ในปัจจุบันมีผู้คนจำนวนไม่น้อยเป็นเหยื่อของการปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์แล้วถูกฉ้อโกงจากเอกสารที่ปลอมแปลงนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการถูกฉ้อโกงผู้ซื้อหรือคู่สัญญาในนิติกรรมที่เกี่ยวข้องกับที่ดินควรรู้จักเอกสารสิทธิ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ดังนี้

1. กรรมสิทธิ์ในที่ดิน

เอกสารสิทธิ์หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน คือหนังสือที่ แสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน หรือแสดงสิทธิในที่ดินที่ผู้ครอบครองที่ดินพึงมี แบ่งออกเป็น

1.1 โฉนดที่ดินหรือ น.ส.4

หนังสือที่ทางราชการออกให้เพื่อเจ้าของที่ดินแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินมีสิทธิจำหน่าย จ่าย โอน หรือทำนิติกรรมใดๆ ในที่ดินที่มีโฉนดได้ ถือเป็นทรัพย์ของบุคคลอย่างหนึ่ง

ตัวอย่างโฉนดที่ดิน น.ส.4

น.ส.4

รายละเอียดด้านหน้าของโฉนดที่ดินคือรายละเอียดของที่ดินที่แสดงเลขที่โฉนด เลขที่ที่ดิน ระวางที่ดินบ้านเลขที่ และแผนที่เป็นต้น ส่วนด้านหลังคือสารบัญจดทะเบียนซึ่งก็คือประวัติการทำนิติกรรมของที่ดินดังกล่าวจะบันทึกไว้หลังโฉนดที่ดินทุกครั้ง ซึ่งจะแสดงรายละเอียดของนิติกรรม ลายมือชื่อผู้ทำนิติกรรมและลายมือชื่อนายทะเบียน

1.2 ใบจองหรือ น.ส.2

หนังสือแสดงการ ยอมให้เข้าครอบครองที่ดินเพียงชั่วคราว เป็นเอกสารที่ราชการออกให้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ชั่วคราว ผู้ครอบครองต้องเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินภายใน 6 เดือน และต้องทำประโยชน์ให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี เป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ทำประโยชน์ชั่วคราว ที่ดินที่มีเพียงใบจองไม่สามารถจำหน่าย จ่าย โอนได้ เว้นแต่เป็นการโอนทางมรดกให้แก่ทายาท

ตัวอย่างใบจอง น.ส.2

 

น.ส2

1.3 หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.3

เป็นหนังสือที่แสดงว่ามีเพียงสิทธิครอบครองในที่ดินเท่านั้น ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในการเป็นเจ้าของ อย่างที่ดินมีโฉนด ถึงแม้ไม่ได้แสดงกรรมสิทธิ์ก็สามารถนำไปจำหน่าย จ่าย โอนได้ มีทั้งหมด 3 แบบ ดังนี้

  • น.ส.3 มีลักษณะเป็นแผนที่รูปลอย มีตำแหน่งพื้นที่ที่ไม่แน่นอน หากต้องการเปลี่ยนที่ดินที่มีน.ส.3ให้เป็นที่ดินมีโฉนด สามารถทำได้โดยไปที่สำนักงานที่ดิน พื้นที่ ที่ที่ดินตั้งอยู่เพื่อรังวัดและติดประกาศในที่ดินเป็นจำนวน 30 วัน หากไม่มีผู้ใดมาคัดค้านว่าเป็นเจ้าของที่ดินหรือคัดค้านว่าผู้ขอมิใช่เจ้าของที่ดิน เจ้าหน้าที่ก็สามารถออกโฉนดให้แก่ผู้ขอได้
  • น.ส. 3 ก มีลักษณะเป็นพื้นที่ทำระวางทางอากาศแล้ว ไม่ใช่แผนที่รูปลอย มีตำแหน่งที่ชัดเจนแน่นอน สามารถขอออกโฉนดได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องติดประกาศเพื่อรอผู้คัดค้าน30วัน
  • น.ส. 3 ข ปัจจุบันกรมที่ดินยกเลิกการใช้หนังสือฉบับนี้แล้ว

ตัวอย่างของหนังสือรับรองการทำประโยชน์

 

น.ส.3.0

1.4 ใบไต่สวนหรือ น.ส.5

หนังสือแสดงการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เพื่อออกโฉนด เป็นหนังสือที่แสดงให้ทราบว่าได้มีการสอบสวนสิทธิในที่ดินแล้วไม่ใช่หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินแต่สามารถจดทะเบียนโอนให้แก่กันได้

ตัวอย่างใบไต่สวน

น.ส5

1.5 แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน หรือ ส.ค.1

เป็นเอกสารที่ราษฎรเป็นผู้ทำขึ้นเพื่อนำไปแจ้งต่อทางราชการเพื่อเป็นหลักฐานว่าตนครอบครองที่ดินแปลงใดอยู่ ไม่ใช่หลักฐานเพื่อแสดงกรรมสิทธิ์ การโอนจึงสามารถทำได้โดยการแสดงเจตนาสละการครอบครองที่ดินและส่งมอบการครอบครองเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ครอบครองหนังสือ ส.ค. 1 นี้สามารถนำหนังสือมาขอออกโฉนดหรือขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อราชการได้

ตัวอย่างแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน

 

ส.ค1

ข้อน่ารู้เกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ในที่ดินอีกอย่างคือ สีของตาครุฑที่แบ่งแยกว่าหนังสือนั้นเป็นสิทธิประเภทใดครุฑ

ครุฑแดง หมายถึงโฉนดที่ดินหรือ น.ส.4

ครุฑเขียว หมายถึง หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส. 3 ก

ครุฑดำ หมายถึง หนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3

2. กรรมสิทธิ์ในห้องชุด

ห้องชุดหรือคอนโดมีหนังสือที่เรียกว่า หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือ แบบ อ.ช.2 คือหนังสือที่แสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคลและกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ส่วนกลาง เป็นเอกสารสิทธิ์ที่กรมที่ดินออกให้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของคล้ายกับโฉนดที่ดิน สามารถจำหน่าย จ่าย โอนได้ เป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินและห้องส่วนตัวด้วย

ตัวอย่างหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด

กรรมสิทธิ์ห้องชุด-2 (1)

 

3. ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร

ตามปกติแล้วเจ้าของที่ดินนั้นเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนที่ดินนั้นด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องทรัพย์ส่วนควบ เนื่องจากสิ่งก่อสร้างและที่ดินถือเป็นสาระสำคัญของกันและกัน ไม่สามารถแยกจากกันได้ตามสภาพของทรัพย์เว้นแต่จะทำลาย ทำให้บุบสลาย หรือทำให้ทรัพย์นั้นเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพไป ดังนั้น สิ่งปลูกสร้างจึงไม่มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์โดยเฉพาะ แต่หากต้องการหนังสือที่ยืนยันว่าสิ่งปลูกสร้างนั้นตนได้มีกรรมสิทธ์อยู่จริงโดยส่วนใหญ่แล้วมักนำไปเป็นหลักฐานในการกู้ยืมจากธนาคาร เจ้าของสิ่งปลูกสร้างสามารถขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ได้ที่เขตเทศบาลพื้นที่ ที่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นตั้งอยู่โดยนำโฉนดที่ดินหรือสำเนาไปแสดงด้วย

ตัวอย่างใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร

ใบอณุญาต

โดยทั่วไปแล้วเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นทางราชการจะจัดทำขึ้นมาทั้งหมด 2 ชุดโดยมอบให้แก่เจ้าของชุดหนึ่ง อยู่กับทางราชการชุดหนึ่ง

กรณีโฉนดที่ดินสูญหาย เสียหาย หรือบุบสลาย

ในกรณีที่เจ้าของเป็นผู้เก็บโฉนดที่ดินไว้เองจึงมีความเป็นไปได้ที่โฉนดที่ดินที่ทำจากกระดาษแผ่นบางๆ ไม่มีความทนทานจะสามารถเสียหายหรือบุบสลายได้ อีกทั้งบางคนที่ย้ายที่อยู่บ่อยก็อาจทำให้โฉนดที่ดินสูญหายได้ และเนื่องจากเป็นเอกสารทางทะเบียนที่สำคัญจึงต้องทำการขอออกเอกสารใหม่เพื่อเก็บไว้ครอบครองใช้เป็นหลักฐานในการแสดงสิทธิในที่ดิน

เมื่อต้องการขอโฉนดใหม่สิ่งที่ต้องทำมีดังนี้

  1. แจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานถึงการสูญหาย เสียหาย หรือบุบสลายของโฉนดนั้นจริง เพื่อป้องกันการนำโฉนดไปจำหน่าย จ่าย โอนจากผู้ที่เก็บได้ในกรณีสูญหายหรือจากเจ้าของโฉนดเองที่อาจนำโฉนดไปขายหรือจำนองแล้วมาขอออกใหม่เพื่อไปทำการทุจริตผู้อื่นต่อ
  1. นำใบแจ้งความไปติดต่อขอออกโฉนดใหม่หรือใบแทนที่สำนักงานที่ดิน
  2. ในการขอออกโฉนดใหม่หรือใบแทนโฉนดที่ดินจำเป็นต้องมีพยาน 2 คนมาเซ็นรับทราบและเพื่อยืนยันว่าผู้ขอเป็นเจ้าของที่ดินที่แท้จริง

หลักฐานที่ต้องใช้ในการขอออกโฉนดใหม่

  • บัตรประชาชนผู้ขอ
  • ทะเบียนบ้าน
  • พยานและบัตรประชาชนพยานทั้ง2คน
  • ใบแจ้งความ
  • ค่าธรรมเนียม 75 บาท

การตรวจสอบโฉนดที่ดินหรือการขอคัด ขอถ่ายเอกสาร

ในการตัดสินใจซื้อที่ดินสักแปลง สิ่งที่ผู้ซื้อควรทำเพื่อป้องกันการถูกฉ้อโกงจากการปลอมแปลง เอกสารที่ดินหรือถูกบุคคลภายนอกสวมรอยเป็นเจ้าของที่ดินเพื่อหลอกลวงตามที่พบเห็นได้เป็นจำนวนมากในข่าวสมัยนี้ การตรวจสอบที่ดินเบื้องต้นจึงถือเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว คือการตรวจสอบที่ดินว่ามีอยู่จริงและมีข้อมูลที่ดินตรงตามที่ต้องการซื้อจริงหรือไม่ หรือมีภาระผูกพันอะไรหรือไม่ การตรวจสอบมี 2 วิธี คือ

1.ตรวจสอบด้วยตนเอง

ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลโฉนดที่ดินได้ด้วยตนเองผ่าน 2 ช่องทางคือ

  • ทางApplication บนมือถือคือ App: Landmaps เป็นแอพพลิเคชั่นของกรมที่ดิน เพียงกรอกเลขที่โฉนดหรือเลขที่ที่ดินก็สามารถรู้รายละเอียดเบื้องต้นได้
  • ทางเว็บไซต์ dolwms.dol.go.th/tvwebp/ เป็นเว็บไซต์ของกรมที่ดินที่เปิดให้ประชาชนได้ตรวจสอบข้อมูลโฉนดที่ดินด้วยตนเอง

วิธีดังกล่าวเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นที่ง่ายและรวดเร็ว ไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่าย เพื่อความรอบคอบในการทำนิติกรรมการตรวจสอบเบื้องต้นก็สามารถช่วยในการตัดสินใจทำนิติกรรมได้เป็นอย่างดี

 

2. ตรวจสอบหลักฐานทางทะเบียนหรือขอคัด ขอถ่ายเอกสารที่สำนักงานกรมที่ดิน

การขอตรวจสอบหรือตรวจหลักฐานทางทะเบียนที่กรมที่ดิน สามารถทำได้โดยยื่นแบบ ท.ด.9 ซึ่งก็คือ คำร้องขอโดยทั่วไปเช่น ขอคัดเอกสาร ขอทราบราคาประเมินที่ดิน เป็นต้น คำร้องดังกล่าวจะมีพื้นที่ให้กรอกรายละเอียดของที่ดิน เหตุแห่งการขอ และสิ่งที่ต้องการจะขอ เอกสารที่ต้องใช้ในการขอผู้ขอต้องนำบัตรประชาชนและเอกสารแสดงส่วนได้เสียในที่ดินไปด้วย (ถ้ามี)

ตัวอย่างแบบ ท.ด.9

ทด9-750x848

การขอตรวจสอบชื่อเจ้าของที่ดิน สามารถทำได้โดยยื่นคำขอและต้องมีรายละเอียดในส่วนของเลขที่โฉนด เลขที่ที่ดิน ระวาง ที่ตั้งของที่ดินแปลงที่จะขอตรวจสอบว่าอยู่ตำบล อำเภอ จังหวัดอะไร

ส่วนกรณีต้องการตรวจสอบภาระผูกพันต่างๆ ผู้ขอต้องนำบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และหลักฐานทางทะเบียน เช่น เลขโฉนด เลขที่ที่ดินไปยื่นคำขอตรวจเอกสารที่สำนักงานที่ดินได้

ขอบคุณภาพจาก

  • www.terrabkk.com
  • www.2bcz.com
  • www.firstland.co
  • www.estopolis.com
  • http://www.dol.go.th

เรียบเรียงบทความ “ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์”

CR : Baan-D

1200x600

ธปท. ออกเกณฑ์ใหม่ ต้องวางเงินดาวน์บ้านหลังที่ 2 ขั้นต่ำ 10%

Posted by on
Untitled-1

45760223_739579749724788_381062383403008_o

45760223_739579749724788_381062383403008_oธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำหรืออัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ให้สะท้อนความเสี่ยงให้ดีขึ้น สำหรับการผ่อนที่อยู่อาศัยพร้อมกัน 2 หลังขึ้นไปและมีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทและผ่อนชำระหลังแรกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปจะต้องวางดาวน์ 10% ขณะที่ถ้าผ่อนชำระหลังแรกยังไม่ถึง 3 ปี หรือกู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปจะต้องวางดาวน์ 20% ส่วนที่อยู่อาศัยหลังที่ 3 ขึ้นไปจะต้องวางดาวน์ 30% ในทุกระดับราคา

45744353_739518756397554_1777861073198645248_o-1

ขณะที่การนับรวมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (สินเชื่อ Top-up) ในวงเงินที่ขอกู้ จะนับรวมสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่อ้างอิงหลักประกันเดียวกันในวงเงินที่ขอกู้ โดยให้ยกเว้น 1.สินเชื่อที่ใช้ชำระเบี้ยประกันชีวิตผู้กู้และประกันวินาศภัย ซึ่งช่วยป้องกันความเสี่ยงของทั้งผู้กู้และสถาบันการเงิน และ 2.สินเชื่อที่ให้กับธุรกิจ SMEs เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการรายย่อย

45863287_739563786393051_8657686202150813696_o45863287_739563786393051_8657686202150813696_o

สำหรับเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่กระทบประชาชนที่กู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท และจะไม่บังคับใช้กับการกู้เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดินของตนเอง รวมทั้งจะไม่กระทบการรีไฟแนนซ์สำหรับผู้กู้ที่มีภาระผ่อนเพียงหนึ่งหลัง โดยการรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยในทุกกรณีให้ใช้ราคาประเมินใหม่เพื่อสะท้อนมูลค่าปัจจุบัน

45744353_739518756397554_1777861073198645248_o-1พร้อมระบุว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการเชิงป้องกันเท่านั้น โดยยืนยันว่ายังไม่เห็นสัญญาณของปัญหาฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องการป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น เพราะหากปล่อยไว้จะเป็นแบบในอดีตที่ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ของบางประเทศ เป็นต้นตอที่ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกมาแล้ว ซึ่งเกิดจากมาตรฐานที่หย่อนยานในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน

บทความ ธปท. ออกเกณฑ์ใหม่ ต้องวางเงินดาวน์บ้านหลังที่ 2 ขั้นต่ำ 10%

CR : Baan-D

Untitled-1

พร้อมแล้ว!! เปิดจองบ้านล้านหลัง23ธ.ค.นี้ ราคาหลักแสน เริ่มต้นผ่อนเพียง 3,800 บาท

Posted by on
02_resize7-561x420

พร้อมแล้ว!! เปิดจองบ้านล้านหลัง23ธ.ค.นี้ ราคาหลักแสน เริ่มต้นผ่อนเพียง 3,800 บาท

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ได้กำหนดวันให้ประชาชนที่สนใจซื้อโครงการ บ้านล้านหลัง เข้ามาจองสิทธิสินเชื่อวงเงิน 50,000 ล้านบาท ได้ในวันที่ 23 ธ.ค.61 เพียงวันเดียว

โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งในเฟสแรกจะมีที่อยู่อาศัยทั้งมือหนึ่งมือสอง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด และห้องชุดทั่วประเทศ ให้เลือกซื้อมากกว่า 30,000 หน่วย โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ โครงการคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าบางซ่อน และถนนสุขุมวิท 97/1 ในราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท เพื่อให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคน วัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง

 

“ผู้สนใจสามารถเข้าเลือกชมทรัพย์สินที่อยู่อาศัยได้ใน www.ghbmillionhome.com ซึ่งรวบรวมที่อยู่อาศัยราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1 ล้านบาทให้สามารถค้นหาทั้งทรัพย์มือหนึ่ง ทรัพย์มือสอง ใน กทม. และต่างจังหวัด รวมถึงสามารถกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของทรัพย์ที่ต้องการค้นหาได้ ตามเขต ตามประเภท จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลของทรัพย์ ที่ค้นหา อาทิ รหัสทรัพย์ รูปภาพ สถานที่ตั้ง แผนที่ ประเภท ราคาขาย จำนวนยูนิต ชื่อเจ้าของโครงการ และรายละเอียดการติดต่อโครงการ เพื่อให้ประชาชนนำไปดูทรัพย์จริงและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านในฝันที่ตรงกับความต้องการ

โดยนำรหัสทรัพย์ที่แสดงในเว็บไซต์ใช้ในการจองสิทธิวงเงินสินเชื่อของโครงการบ้านล้านหลังตามวันเวลาที่กำหนด” ทั้งนี้ผู้จองสิทธิในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้ามาจองได้ที่ ธอส.สำนักงานใหญ่ พระราม 9 ส่วนภูมิภาคสามารถจองสิทธิได้ที่ทำการสาขาของธนาคารทุกแห่ง ยกเว้นสาขาในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ซึ่งผู้จองสิทธิต้องเดินทางมาแสดงตัวด้วยตัวเองพร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร และแจ้งรหัสทรัพย์ที่ต้องการจอง

นายฉัตรชัยกล่าวว่า ผู้ที่จองซื้อโครงการบ้านล้านหลังจะพร้อมให้ผู้ซื้อเข้าอยู่อาศัยได้ไตรมาส 2 ของปี 2562 โดยให้สิทธิการจอง 1 เลขบัตรประจำตัวประชาชนต่อ 1 รายการทรัพย์ รายการทรัพย์ 1 รายการ ให้จองได้ไม่เกิน 2 สิทธิ ซึ่งผู้ได้รับสิทธิการจองลำดับที่ 1 จะได้รับสิทธิก่อน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการยื่นเอกสารคำขอกู้

โดยธนาคารจะให้ลูกค้าตรวจสอบวันที่สามารถยื่นเอกสารขอสินเชื่อได้จากเว็บไซต์ www.ghbank.co.th ผู้จองสิทธิก่อน สำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ให้กู้เพื่อซื้อ หรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัย และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นดังนี้ กรณีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อคนต่อเดือน ดอกเบี้ยปีที่ 1-5  คงที่ 3% ต่อปี

กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 5 ปีแรก เริ่มต้นเพียง 3,800 บาท พร้อมฟรีค่าธรรมเนียม 4 รายการ ได้แก่ ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน ฟรีค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และฟรีค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง ขณะที่กรณีรายได้เกิน 25,000 บาทต่อเดือน จะได้ดอกเบี้ยปีที่ 1-3 คงที่ 3% ต่อปี เงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรก เริ่มต้นเพียง 3,800 บาท

ส่วนกรณีผู้ประกอบอาชีพประจำหรืออาชีพอิสระที่มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท หากเอกสารรายได้ไม่เพียงพอหรือไม่ชัดเจน สามารถนำหลักฐานการชำระค่าเช่าบ้าน หรือ ผ่อนชำระเงินดาวน์บ้านไม่น้อยกว่า 12 เดือน มาประกอบการพิจารณา เพื่อคำนวณรายได้เพิ่มเติม หรือเข้าร่วมโครงการ ธอส.โรงเรียนการเงิน มีประวัติการออมสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าเงินงวดผ่อนชำระเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 9 เดือน สามารถใช้เป็นหลักฐานที่มาของรายได้ หรือนำค่าเช่า/วงเงินที่ผ่อนชำระเงินดาวน์ที่อยู่อาศัยมานับรวมเป็นการออมได้

CR : Dotproperty

02_resize7-561x420

บริษัทขอเเสดงความยินดีกับคุณณัฐการ(ปาย)ได้ทำการโอนทรัพย์เเละขอขอบคุณ ภิญญดา เขื่อนคำดำรง ที่ให้ความไว้วางใจฝากขายคอนโดกับทางบริษัท

Posted by on
04985

ดาวน์โหลด

บริษัทขอเเสดงความยินดีกับ”คุณณัฐการ(ปาย)”

กับความสำเร็จในการโอนทรัพย์

คอนโดสินเศรษฐี เรซิเดนซ์ทาวน์2 รามคำแหง52/2 บางกะปิ กทม.

 ราคา 1,000,000 บาท
——————————————————–

ทางบริษัทฯขอขอบคุณทางผู้ซื้อเเละผู้ขาย
#มาสเตอร์โฮมพร็อพเพอร์ตี้
#เรามีบ้านสำหรับคุณ
www.masterhomeproperty.com
02-7332424 02-7332425

อยู่ต่างประเทศกู้บ้านได้ไหม?

Posted by on
1200x600-3

อยู่ต่างประเทศกู้บ้านได้ไหม?

ในปัจจุบันประเทศไทยมีอาชีพและแหล่งงานที่หลากหลาย เพื่อรองรับประชากรภายในประเทศให้มีรายได้ในการเลี้ยงดูตนเองและคนในครอบครัว แต่ก็มีคนไทยจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยเหตุผลที่มากมาย และจำนวนรายได้ที่มากกว่า เพื่อหวังสร้างรากฐานและความมั่นคงในชีวิต

หลายคนสงสัยว่าคนไทยที่ทำงานอยู่ต่างประเทศสามารถกู้ซื้อบ้านในเมืองไทยได้หรือไม่ ?  คำตอบก็คือสามารถกู้ซื้อได้ค่ะ แต่สิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้ก็คือเทคนิคเบื้องต้นในการขอยื่นกู้ กับทางธนาคารที่ประเทศไทยเสียก่อน วันนี้ทางทีมงานบ้านดีได้ทำการรวบรวมข้อมูล ขั้นตอนการเตรียมตัว ซึ่งจะมีกระบวนการและ วิธีการอย่างไรบ้างตามมาชมกันเลยค่ะ  (5 สิ่งควรทำ “เตรียมตัวกู้ซื้อบ้าน”) 

วิธีที่ 1 สำรวจสถานที่ทำงานของตนเอง

สิ่งที่ต้องรู้เป็นอันดับแรกก็คือสถานที่ ที่ทำงานอยู่เป็นอย่างไร ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่เพราะเนื่องจากชาวไทยบางส่วนยังนิยมไปทำงานในต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่สินเชื่อเคร่งครัดกับเอกสารหรือหลักฐานเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากคุณทำงานอยู่ต่างประเทศ และมีโอกาสไปทำงานในบริษัทไทยที่มีสาขาในประเทศนั้นๆ คุณก็สามารถยื่นกู้ได้ปกติ แต่ถ้ารายได้หลักของคุณมาจากการทำงานในองค์กร, ร้านอาหาร หรือสำนักงานของต่างประเทศ การพิจารณารายได้จากเจ้าหน้าที่สินเชื่อจะถูกลดลงครึ่งหนึ่ง แต่สิ่งที่ทีมงานบ้านดีอยากแนะนำก็คือ เมื่อคุณไปทำงานที่ต่างประเทศให้เปิดบัญชีที่ไทยไว้และโอนเงินเข้าบัญชีทุกเดือนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี ก็จะทำให้ธนาคารอนุมัติวงเงินกู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นเพราะอย่างน้อยก็ยังมีการทำธุรกรรมที่ประเทศไทยอยู่บ้าง ลำดับต่อมาต้องทราบฐานเงินเดือน และอายุการทำงานของตัวคุณเองเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ธนาคาร

วิธีที่ 2 หาข้อมูลสถาบันการเงินที่ออกสินเชื่อกู้ซื้อบ้านเพื่อนคนไทยที่ทำงานต่างประเทศ

ปัจจุบันมีสถาบันการเงินหลากหลายสถาบัน ได้สนับสนุนคนไทยที่ทำงานในต่างประเทศให้สามารถซื้อบ้านได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องเปรียบเทียบวงเงินกู้, อัตราดอกเบี้ย, ระยะเวลาผ่อนชำระ ของแต่ละธนาคารเพื่อพิจารณาเลือกหาข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับตัวคุณ

ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่ได้เปิดโอกาสให้คนไทยที่ทำงานในต่างประเทศได้มีที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเป็นของตัวเองภายใต้โครงการ “บ้านพร้อมสินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างประเทศ” ผู้ที่สนใจและต้องการยื่นเรื่องขอสินเชื่อดังกล่าวสามารถติดต่อขอคำปรึกษาและยื่นขอสินเชื่อผ่านทางบริษัท ซัน แอสเซท จำกัด ได้ทั้งในและต่างประเทศ โดยฝากเบอร์โทรและอีเมล์ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ หรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ในวันจันทร์-ศุกร์  ตั้งแต่เวลา 9.00-18.00 น. (ของประเทศไทย)

*61-2-8520-3543 (ออสเตรเลีย)
*49-322-2109-2650 (เยอรมนี)
*64-4-831-8682 (นิวซีแลนด์)
*41-31-528-0721 (สวิตเซอร์แลนด์)
*44-20-3608-5175 (อังกฤษ)
*81-3-4520-8130 (ญี่ปุ่น)
*1-323-244-2337 (สหรัฐอเมริกา)
*66-2-231-6799 (ไทย)

วิธีที่ 3 หลักฐานเอกสารยืนยันรายได้

การที่ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อเพื่อการกู้ซื้อบ้านให้กับเรานั้น ถือว่าธนาคารต้องแบกรับความเสี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะมีจำนวนเงินค่อนข้างสูง ดังนั้นธนาคารและเจ้าหน้าที่สินเชื่อจึงค่อนข้างละเอียดรอบคอบและรัดกุม ในเรื่องของเอกสารเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสร้างความเชื่อมั่นความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ด้วยการรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสัญญาการทำงาน, หนังสือรับรองการทำงาน, การเสียภาษี รวมถึงหลักฐานการโอนเงินทั้งหมด และถ้าหากคุณมีทรัพย์สินที่ต่างประเทศเช่นบ้านหรือรถยนต์ให้นำเอกสารการซื้อขาย มาใช้เป็นเอกสารสำคัญในการพิจารณาขอกู้ซื้อบ้านในประเทศไทย (กู้ซื้อบ้านต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง)

เอกสารที่สำคัญในการประกอบการยื่นกู้พื้นฐานมีดังต่อไปนี้

(เอกสารประจำตัว)

  • บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา
  • ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนาทุกหน้า
  • สำเนาทะเบียนสมรส, ทะเบียนหย่า, ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

(อาชีพประจำ)

  • หนังสือรับรองเงินเดือน / สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
  • บัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง (Statement) 6 เดือน

(อาชีพอิสระ)

  • ทะเบียนการค้า, หนังสือจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
  • หลักฐานการเสียภาษีใบเสร็จซื้อ-ขายสินค้า
  • ภาพถ่ายกิจการ 4-5 ภาพ
  • บัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง (Statement) 12 เดือน
  • สำเนาใบประกอบวิชาชีพ
  • หลักฐานการแสดงฐานะทางการเงินอื่น ๆ (ถ้ามี)

จะเห็นได้ว่าคนไทยที่ทำงานในต่างประเทศก็สามารถซื้อบ้านที่เมืองไทยได้แต่อาจจะมีกระบวนการที่ซับซ้อนบ้างแต่หากได้มาซึ่งที่อยู่อาศัยในแผ่นดินเกิดเพื่อรองรับการพักผ่อนในบั้นปลายชีวิต หรือแม้แต่เป็นที่อยู่อาศัยของคนที่คุณรักก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากทีเดียว

“บทความอยู่ต่างประเทศกู้บ้านได้ไหม?”

CR:   (www.baan-d.com)

1200x600-3

เมื่อมนุษย์เงินเดือนอยากมีบ้าน

Posted by on
2-storey-4-bedroom-family-vintage-house-5

เมื่อมนุษย์เงินเดือนอยากมีบ้าน

เมื่อมนุษย์เงินเดือนอยากมีบ้าน มนุษย์เงินเดือนที่กำลังอยากมีบ้าน แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงบ้างนะ?? รายได้แค่ไหนถึงจะสามารถซื้อบ้านหลังแรกได้ วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้มนุษย์เงินเดือนผู้มีความฝันอยากมีบ้านหลังแรกเป็นจริงกันค่ะ

ขั้นตอนการมีบ้านในฝัน

 

เลือกบ้าน

แค่มีเงินซื้อบ้านอย่างเดียวไม่พอ ควรเลือกบ้านที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย โดยสามารถศึกษาได้จาก ทำเลที่ตั้งของโครงการและตัวบ้าน ความสะดวกในการเดินทางเข้าออก ไม่ไกลจากแหล่งคมนาคมขนส่ง  สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ Facility ที่ตอบสนองความต้องการ ความพร้อมของถนนโครงการ ขนาดบ้าน พื้นที่ใช้สอยและทำเลเหมาะสมกับราคา

งบประมาณ

ควรตั้งงบประมาณบ้านที่ต้องการให้เหมาะสมกับรายได้และความสามารถในการผ่อนต่องวด ที่ไม่หนักจนเกินไปและเผื่อเงินไว้เพื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน
เนื่องจากการขอสินเชื่อทางธนาคารจะปล่อยสินเชื่อเพียง 70-85% ดังนั้นเราควรมีเงินก้อนเพื่อจ่ายส่วนที่เหลือหรือบางโครงการจะมีให้ผ่อนบ้านระหว่างรอเข้าอยู่และส่วนหนึ่งเพื่อจ่ายค่าตกแต่งเพิ่มเติม เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ

 

ขอสินเชื่อ

เมื่อเราได้บ้าน ราคา และความพร้อมที่จะอยู่กับภาระครั้งนี้แล้ว มุ่งหน้าไปปรึกษากับทางธนาคารได้เลยค่ะ ซึ่งทางธนาคารจะประเมิน

รายรับ – รายจ่าย + ภาระหนี้ = ความสามารถในการผ่อนต่องวด

 

ระยะเวลาในการยื่นขอสินเชื่อจะใช้เวลาประมาณ 1-4 สัปดาห์ เราควรเลือกการผ่อนต่องวดที่ไม่หนักและเบาจนเกินความสามารถ และยังมีเงินเก็บออมไว้ในกรณีฉุกเฉิน เพราะเราจะต้องอยู่กับหนี้ไปอีกยาว  หากอยากให้หนี้หมดไวควรเลือกวิธีการนำเงินพิเศษ เช่น โบนัส หรือรายรับอื่นๆมาโปะ เพื่อลดต้นลดดอก ทำให้ผ่อนหมดไวเช่นกัน

บทความ “เมื่อมนุษย์เงินเดือนอยากมีบ้าน

CR:   (www.baan-d.com)